ลุ้น ! ทองคำ แตะ 3,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
“YLG” คาด ! ทองคำ ปี 68 แตะ 3,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หากจีน-สหรัฐ ตกลงกันเจรจาภาษีกันไม่ลงตัว
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทวายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ตอนนี้ ทองคำ ยังมีเสน่ห์ที่น่าลงทุนอยู่ โดยประเมินแนวต้านไว้ที่ 3,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งเป็นแนวต้านเดิม ส่วนในปี 2568 นี้ คาดว่า แนวต้านจะขยับไปอยู่ที่ 3,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์ระหว่างจีนกับสหรัฐว่าจะเจรจาภาษีกันลงตัวหรือไม่ในช่วง 90 วันหลังจากนี้ ส่วนแนวรับที่ควรเข้าไปซื้ออยู่ที่ประมาณ 3,100 – 3,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
ซึ่งต้องยกประโยชน์ให้กับโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ทำให้ทองคำเติบโตได้เร็วมาก โดยไม่เคยเห็นทองคำโตวันละ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ที่ผ่านมาขึ้นแค่สัปดาห์ละ 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งนอกจากนโยบายของทรัมป์ที่ส่งผลต่อราคาทองคำปรับตัวขึ้นแล้ว ยังมีเรื่องสงครามระหว่างประเทศและการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ ดิจิทัลแอสเซทของนักลงทุนไทยด้วย
นางพวรรณ์ กล่าวว่า เสน่ห์ทองคำในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทองขึ้นมา 3 เท่าหรือเติบโตปีละ 20% ส่วน 10 ปีที่ผ่านมาจนถึงเดือนมี.ค. 68 ทองคำโต 8% ซึ่งช่วงราคาขึ้นสูงสุด 3,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่วนปี 68 ปี ไตรมาสเดียว (เดือนม.ค.-มี.ค.)โต 26% จากราคาเปิดตลาดที่ 2,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
ขณะที่การสำรวจของ เวิลด์โกลด์คลาวด์ซิ่ง พบว่า 49% ของคนไทยลงทุนกับทองคำ เมื่อมีเด็กเกิดมาก็แจกทอง แสดงความยินดีก็แจกทอง หรือจะให้ของขวัญตัวเองก็ซื้อทอง ซึ่งทองคำถือว่าอยู่คู่กับสัคมไทยมานาน ดังนั้นทองคำได้รับความนิยมตั้งแต่ 40-50 ปี และถูกใช้รักษาเสถียรภาพของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
โดยเมื่อเปรียบเทียบประเทศที่มีการซื้อทองคำมากสุดอันดับหนึ่ง คือ จีน เฉลี่ยปีละ 1,000 ตัน รองมาเป็นอินเดีย เฉลี่ยปีละ 1,000 ตัน ส่วนไทยก็ไม่น้อยกว่าประเทศอื่น เฉลี่ยปีละ 150 ตัน หากเทียบกับสัดส่วนประชากรไทยถือเป็นอันดับ 3 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
“หากมีปัญหาความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและจีน ทั้งมาตรการภาษีการนำเข้า การนำเข้าของเซมิคอนดักเตอร์จะส่งผลให้ราคาทองขยับขึ้นได้อีก ตอนนี้ขึ้นลง 100 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับนักลงทุนระยะสั้นที่ชอบความผันผวนมีโอกาสที่จะโกยกำไรกิโลกรัมละ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นแรงจูงใจให้นักลงทุนเข้ามาเทรดทองคำในแอปพลิเคชันเป๋าตัง 6 หมื่นครั้งต่อวัน” นางพวรรณ์ กล่าว
นอกจากนี้ เพื่อรักษามาตรฐานทองคำ สมาคมทองคำได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแยกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ
-กลุ่มคณะกรรมการสมาคมฯ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อดูแลกลุ่มรีเทลให้รักษาคุณภาพทองคำไทยให้อยู่ในระดับ 96.5%
-กลุ่มคณะกรรมการสมาคมฯ ที่ดูแลกลุ่มรีเซลล์ที่มีจำนวน 20 กว่าราย
-กลุ่มสุดท้ายเป็นอนุกรรมการฯ เพื่อกำกับดูแลสมาชิกของสมาคมในการเทรดทองอยู่ในมาตรฐานที่สมาคมกำหนด
โดยคาดว่า จะสามารถประกาศหลักเกณฑ์ออกมาได้ในช่วงกลางเดือน มิ.ย. - ก.ค. 68
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB